Book Reviews : เรื่องเล่าจากยอดภูเขาน้ำแข็ง…กำลังใจจากดาวเดียวดาย

รู้ไหมว่าในทุก 5 คน จะมี 1 คน ที่ช่วงชีวิตหนึ่งของเขาเคยมีภาวะซึมเศร้า นั่นแสดงว่าคนหนึ่งพันกว่าล้านคนในโลก…เคยเป็นโรคซึมเศร้า

ข้อความเบื้องต้นมาจากปกหลังของหนังสือสารคดียอดเยี่ยมจากเวทีนายอินทร์อะวอร์ดประจำปี 2557 งานเขียนที่บอกเล่าประสบการณ์ตรงของผู้ป่วยที่จอมจมอยู่ในภาวะซึมเศร้าราว 7 ปี กับ “เรื่องเล่าจากยอดภูเขาน้ำแข็ง” เขียนโดย “ดาวเดียวดาย”

ปัจจุบันสังคมเรามีการตื่นตัวเรื่องผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากันมากขึ้น ทว่าอาการป่วยของสุขภาพจิตนั้นเป็นสิ่งที่ดูนามธรรมกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มอาการป่วยทางร่างกาย เพราะเป็นเรื่องของความรู้สึก จึงยากที่จะมองให้เห็นชัดถึงความผิดปกติของจิตใจได้อย่างชัดเจน แม้ทุกวันนี้จิตเวชศาสตร์จะมีองค์ความรู้ที่มากขึ้นเกี่ยวกับโรคจิตเภท แต่การวินิจฉัยและหาสาเหตุก็ยังเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะกับบุคคลทั่วไปในสังคม

เมื่อโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กทลายกำแพงของระยะทาง ทำให้แต่ละปัจเจกบุคคลเข้าถึงกันได้ง่ายและเร็วขึ้น สิ่งที่ตามมาคือมลพิษทางจิตใจที่ถูกเพิ่มจำนวน หรือถูกทำให้มองเห็นได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว เราอาจได้เห็นการแสดงออกของภาวะซึมเศร้า เช่น การโพสต์ข้อความหดหู่ ความแสดงออกซึ่งการพยายามฆ่าตัวตาย และหลายๆ ครั้ง…มันกลายเป็นข้อความลาตายของใครบางคนไปจริงๆ

แม้กระนั้นแล้ว…การพยายามให้ความรู้ และความเข้าใจในเรื่องโรคยังยาก แม้ว่าตอนนี้เราจะมีตัวอย่างของผู้ป่วยซึ่งเสียชีวิตจากภาวะซึมเศร้าผ่านสื่อออนไลน์มาไม่น้อย และบางคนเองก็ถูกยุยงจากสื่อเหล่านี้ให้สามารถกระทำการได้สำเร็จ ประหนึ่งเชื้อไฟใกล้ฟืน การจะหาสื่อประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก ในขณะที่สอดแทรกองค์ความรู้นั้นยากที่จะพบเห็นจริงๆ แต่อย่างน้อยนี่คือสิ่งที่เราพบเห็นได้จากหนังสือเล่มนี้

เรื่องเล่าจากยอดภูเขาน้ำแข็ง เป็นหนังสือสารคดีกึ่งชีวประวัติ ซึ่งดาวเดียวดาย ผู้เขียน ได้ถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ของการเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอยู่นานถึง 7 ปี โดยเมื่อรักษาหายจากอาการได้ จึงได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นด้วยหวังว่าจะเป็นวิทยาทานแก่บุคคลทั่วไป และเป็นกำลังใจแก่ผู้ป่วยร่วมโรค เพราะเรื่องของโรคซึมเศร้าดูเหมือนจะไกลตัว แต่จริงๆ ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด

หนังสือเล่มนี้เปิดฉากจากจุดที่แย่ที่สุดของชีวิตจุดหนึ่งของผู้เขียน ซึ่งเสมือนเป็นปมซึ่งขยายอาการซึมเศร้าให้ขยายชัดขึ้น ลักษณะของการเล่าคือการนำเอาบางส่วนของบันทึก ผสมกับการเขียนเล่าย้อนหลัง และสอดแทรกเกร็ดความรู้เรื่องโรคเป็นระยะ จุดนี้เองที่ทำให้หนังสือเล่มนี้มีความเป็นสารคดี เพราะสอดแทรกข้อเท็จจริงสม่ำเสมอ และปรุงแต่งให้เข้าใจง่ายมากขึ้นด้วยการขมวดเล่าเรื่องเป็นประเด็นในแต่ละบท ทำให้เนื้อเรื่องดูมีการดำเนินต่อไปข้างหน้าเป็นลำดับ เข้าใจง่าย และกระชับ

ฉะนั้นการอ่านหนังสือเล่มนี้จึงเป็นเหมือนการติดตามตั้งแต่การเกิดภาวะของโรค กระบวนการรักษา และการพยายามเยียวยาตนเอง ผสมกับสภาวะอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เราเข้าถึงความรู้สึกที่ผู้ป่วยต้องเผชิญได้อย่างเป็นรูปธรรม ผู้ป่วยเองหากลองได้อ่านหนังสือเล่มนี้สักครั้ง คงเป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจที่จะคอยย้ำเตือนว่าเรามิได้ต่อสู้กับโรคนี้เพียงลำพัง หากแต่ยังมีเพื่อนร่วมโรคอยู่อีกอย่างน้อยหนึ่งคนที่เคยผ่านประสบการณ์เหล่านี้มา อาจจะไม่ได้เหมือนกันในเรื่องของเหตุการณ์ แต่ในด้านอารมณ์และกายภาพของโรคนั้นไม่แตกต่าง

การติดตามหนังสือเล่มนี้ ไม่ต่างอะไรกับการผจญภัย เหมือนเราเป็นนักไต่เขาซึ่งลื่นไถลลงมาจากจุดที่เคยยึดเอาไว้ ทั้งเสียใจ เสียความรู้สึก เสียดายเวลา แต่เรากลับลืมไปว่ากว่าจะมาถึงจุดที่ลื่นลงมานั้น เราต่างต้องเคยอยู่จุดที่ต่ำกว่านี้ เราต่างเคยอยู่ที่ตีนเขา การลื่นลงมาบ่งบอกถึงความผิดพลาดและความอับโชค ทว่าจะกระไรเล่า…หากเราจะรวมแรงขึ้นพยายามปีนขึ้นไปให้ถึงยอดเขาอีกครั้ง เราอาจจะต้องล้มอีกสิบครั้ง แต่หากเรายังหายใจ…ตราบใดที่ยังมีเรื่องเล่าจากยอดภูเขาน้ำแข็งกลับลงมาถึง ทำไมเราจะฝันถึงยอดเขาสีขาวนั่นบ้างไม่ได้?

ขอเป็นกำลังให้กับนักปีนเขาอีกหลายคนที่พยายามคลานขึ้นจากความเจ็บป่วยนะคะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.